ลูกกับเทคโนโลยี

เทคโนโลยีกับลูกน้อย

ตอน ไอทีกับปัญหาด้านต่างๆ ของลูกน้อย

เทคโนโลยีกับลูกน้อย                ในโลกปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีอย่างแพร่หลาย แทรกซึมลงไปในการใช้ชีวิตประจำวันของคนทุกวัย  แต่ในขณะเดียวกัน ก็กลับก่อให้เกิดผลกระทบที่มากมายทั้งต่อสุขภาพและพฤติกรรมในการดำรงชีวิตได้  โดยเฉพาะในกรณีของเด็กเล็ก ถ้าคุณพ่อคุณแม่ปล่อยให้ลูกอยู่กับเทคโนโลยี เช่น สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ทำให้เด็กขาดการเคลื่อนไหวร่างกาย หรือเล่นตามธรรมชาติของวัย ส่งผลกระทบการเรียนรู้และการเจริญเติบโตของเด็ก เนื่องจากทักษะและการพัฒนาการใช้กล้ามเนื้อต่างๆ ของร่างกายจะเกิดได้ต้องอาศัยการใช้งาน เช่น การปีนป่าย ไล่จับ วิ่งเล่น หรือเล่นเกมส์ต่างๆ ของเด็ก  การปล่อยให้เด็กจมจ่อมอยู่กับอุปกรณ์ไฮเทค จึงมักก่อให้เกิดปัญหาได้ในหลายด้าน ได้แก่

ปัญหาสุขภาพมักเริ่มจากการที่เด็กติดเกมส์ ทำให้ไม่กินข้าว หรือกินยาก ทำให้ผอมหรือขาดสารอาหาร  หรือหากกินข้าวได้ตามปรกติ ก็มักอ้วนเกินไป เพราะร่างกายขาดการเคลื่อนไหว ผลกระทบต่อมาคือ ร่างกายไม่แข็งแรง ไม่คล่องแคล่วว่องไว ไม่ยืดหยุ่น เป็นจุดเริ่มต้นของโรคอ้วน และอาจพัฒนาเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ ได้  รวมถึงปัญหาด้านสายตา พบว่ามักเกิดปัญหาเด็กตาลอย เพราะขาดสมาธิในการมอง ไม่สามารถมองตาม หรือไม่เข้าใจภาพที่เห็นหรือเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะเคยชินกับภาพจากหน้าจอที่เป็น 2 มิติ ส่งผลต่อพัฒนาการทางสติปัญญาที่เด็กต้องได้เรียนรู้จากของจริงที่เป็น 3 มิติเสียก่อน นอกจากนี้ยังพบปัญหาทางสายตามากขึ้นในเด็กที่เพ่งมองอุปกรณ์นี้ เช่น สายตาสั้นหรือสายตาเอียง

ปัญหาต่อมาเป็นปัญหาจากความรวดเร็วในการใช้งานของระบบต่างๆ ในโลกไอที ทั้งการสืบค้น การใช้งานต่างๆ ที่รวดเร็ว และการใช้งานที่ง่าย สะดวกสบายเกินไป  ไม่ต้องรอคอย  ทำให้เกิดปัญหารอคอยไม่เป็น เกิดผลกระทบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่  ในเด็กทำให้เด็กขาดสมาธิ ซน และอยู่ไม่นิ่ง หรือที่เรียกว่า สมาธิสั้น  ส่วนผู้ใหญ่ที่ใช้สมาร์ทโฟนมากเกินไป ก็มักมีอาการหงุดหงิดและวอกแวกง่าย การทำงานจะไม่ตั้งใจ ไม่จดจ่อ รอคอยไม่เป็น

ประการต่อไปคือ การปล่อยให้เด็กเรียนรู้จากหน้าจอ แต่ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น มักทำให้การพัฒนาการทางภาษาบกพร่อง เช่น เด็กพูดช้า ฟังแล้วจำไม่ได้ หรือฟังแล้วคิดตามไม่ได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้มาก เพราะการเรียนรู้ด้านการฟังและภาษาของเด็กล้วนต้องผ่านการเล่นแบบมีปฏิสัมพันธ์ทั้งกับผู้ใหญ่หรือเด็กด้วยกัน ที่จะช่วยให้เด็กเข้าใจลำดับเหตุการณ์ การเชื่อมโยงเหตุและผล อาจผ่านการเล่านิทาน การแก้ปัญหาในชีวิตจริง

คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ที่ใส่ใจในการดูแลลูก ไม่อยากให้ลูกเรามีปัญหาในด้านต่างๆ เหล่านี้  และในด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกัน  ควรให้เด็กได้เรียนรู้ตามธรรมชาติ สอนให้ลูกรู้จักคิด รู้จักเชื่อมโยง รู้จักคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตขึ้น เป็นคนที่แข็งแรง สมบูรณ์ทั้งกายและใจค่ะ

เรื่องน่ารู้ต้องที่ polytheama

วิตะมินซีทำผิวสวย

ผิวสวยด้วยวิตะมินซีจากธรรมชาติ

วิตะมินซีทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายในปัจจุบันต่างก็อยากมีผิวพรรณที่ผ่องใสชุ่มชื่น เปล่งประกาย แสดงถึงสุขภาพที่ดีกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยหนุ่มน้อยวัยรุ่น หรือแม้กระทั่งคนวัยทำงาน ไม่มีใครที่อยากมีผิวกายที่แห้งกร้าน ลูบแล้วไม่ลื่นมือกันหรอกนะคะ  เมื่อหันไปดูผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในท้องตลาดก็มีมากมายหลายแบบหลายราคา ให้ทุกท่านสามารถเลือกซื้อหาตามกำลังทรัพย์ในกระเป๋า  ยิ่งสรรพคุณดีเท่าไรก็ยิ่งแพงมากเท่านั้นค่ะ

เป็นที่รู้กันแพร่หลายว่า วิตะมินซีเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย ไม่ทำให้ผิวพรรณเหี่ยวย่น  จึงมีผลิตภัณฑ์ที่ผสมวิตะมินซีในท้องตลาดเยอะแยะมากมาย ที่ผสมในเครื่องสำอางก็มีหลากหลายสูตร ไปจนถึงผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่สนับสนุนให้รับประทานวิตะมินซีปริมาณสูงเพื่อป้องกันสารพัดโรค  ว่าแต่ เราจะใช้วิตะมินซีจากธรรมชาติดีไหม  เริ่มที่การบำรุงผิวก่อนเลย

ในที่นี้ เราแนะนำให้ลองใช้ฝรั่ง ที่เป็นผลไม้ที่มีปริมาณวิตะมินซีสูงมาก อุดมด้วยเส้นใยอีกด้วย  เมื่อซื้อมารับประทานแล้ว ก็แบ่งนำมาบำรุงผิวเสียด้วยเลยค่ะ

ใช้เนื้อฝรั่งสดที่ไม่สุกจนเกินไป แยกเมล็ดออกให้หมด มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ให้ได้สัก 1 ถ้วย มาผสมน้ำผึ้ง ¼ ถ้วย และน้ำครึ่งถ้วย  ปั่นให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน  เตรียมไว้ก่อน ครีมที่ได้นี้จะทั้งหอมน้ำผึ้ง น่ากิน และน่าเอามาบำรุงผิวด้วยค่ะ Continue reading http://วิตะมินซีทำผิวสวย

ผมเสีย อย่าปล่อยไป

ถ้าไม่อยากผมเสีย  ก็อย่าเสี่ยงตั้งแต่แรก

ผมเสียเกิดเป็นหญิง  ใครบ้างไม่อยากสวย  ยิ่งถ้ามีผมสวยด้วยแล้ว  ยิ่งเป็นที่สะดุดตาสามารถดึงดูดสายตาหลายคู่มองจนเหลียวหลังกันเลยทีเดียว

ทราบไหมว่า  แทนที่เราจะพยายามทำสวย  เพื่อให้ความ “สวย” ของเราตรงกับที่สังคมยอมรับ  ทำไมเราไม่ยอมรับในความสวยของเรา  เพราะเชื่อว่า ผู้หญิงแต่ละคนมีความสวยงามและเสน่ห์ที่แตกต่างกัน

ในกรณี  คนผมหยิกฟู   พอเราดูโฆษณากันไปบ่อยๆ เข้า กลายเป็นว่า เราจะต้องผมตรงถึงจะดูสวย  จึงทำให้เราต้องไปเข้าร้านทำผมเพื่อยืดผม  และทำให้เสียเงินไปกับการทำผมไปกันคนละเท่าไหร่  หรือบางคน  มีผมตรงอยู่แล้วแต่อยากจะดัด  เพื่อให้เป็นลอนสวย  ก็เข้าร้านไปทำ

ถ้าคิดในลักษณะแบบนี้จะเห็นได้ว่า  การยืดหรือการดัด ที่เรียกว่าทำให้ผมเราสวยนั้น  เป็นตัวต้นเหตุหลักที่ทำให้ผมของเราเสียมากขึ้น  เพราะการยืดผมนั้น จะต้องใส่น้ำยายืดที่เป็นเคมีลงไป  ทำให้เส้นผมคลายตัว  ก็จะสามารถหนีบเพื่อให้ผมตรงได้  ทราบไหมว่า  ในกระบวนการยืดผมตั้งแต่ต้นจนจบนี้ทำให้ผมเสียไปมากเท่าไหร่  ไม่ว่าจะเป็นอาการของผมแห้ง  หยิกฟูไม่ตรงตามที่ต้องการ  เราก็ต้องไปแก้ไขให้ดูสวยกว่าเดิม Continue reading http://ผมเสีย%20อย่าปล่อยไป